พรีเมียร์ลีกขอรัฐบาลอังกฤษ ไม่บังคับนักฟุตบอลฉีดวัคซีน

พรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลยอดนิยมของแฟนบอลทั่วโลกกำลังจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง เหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ที่คนรักฟุตบอลจะได้ชมการแข่งขันที่รอคอย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลจากปีที่ผ่านมา แม้ว่าในปัจจุบันจะมีประชาชนชาวอังกฤษมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้รัฐบาลอังกฤษมั่นใจว่า การระบาดของ COVID-19 จะไม่เกิดขึ้นครั้งในประเทศ

ปัจจุบัน รัฐบาลอังกฤษมีความพยายามอย่างมากที่จะผลักดันให้ทุกอย่าง กลับมาอยู่ในสถานการณ์ปกติ เหมือนก่อนมี COVID-19 ซึ่งรวมถึงการแข่งขันฟุตบอล ที่เป้นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลอังกฤษจึงเสนอแผนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป นักกีฬาทุกคนในลีกอาชีพของอังกฤษ ต้องผ่านการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันปัญหานักกีฬาติด COVID-19 และกระตุ้นให้คนดูสามารถเข้าสนามฟุตบอลได้มากกว่าเดิม โดยที่นักเตะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส

อย่างไรก็ตาม ปัญหาได้เกิดขึ้นเนื่องจากนักฟุตบอลบางคนเลือกจะไม่ฉีดวัคซีน แม้สโมสรจะต้องการให้ฉีดนักฟุตบอลหลายคนก็ไม่ยอม ซึ่งบางคนก็แค่ไม่อยากฉีด หรือบางรายก็ไม่เชื่อว่าวัคซีนจะป้องกัน COVID-19 ได้จริง

หนึ่งในทีมที่เจอปัญหานี้คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการของทีมออกมายอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักฟุตบอลทุกคนจะยอมฉีดวัคซีน แต่เขาก็พยายามทำความเข้าใจกับลูกทีมอยู่เรื่อย ๆ ว่าสถานการณ์ปัจจุบันในการระบาดของ COVID-19 กับการฉีดวัคซีนเกี่ยวข้องกันอย่างไร

เนื่องจากหลายสโมสรเห็นตรงกันว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่นักฟุตบอลทุกคนจะสามารถฉีดวัคซีน ก่อนเดือนตุลาคม จึงได้ทำการขอเลื่อนมาตรฐการที่ทางรัฐบาลอังกฤษกำหนดมา เพื่อสร้างความเข้าใจกับนักกีฬาให้มากขึ้น รวมถึงไม่อยากให้นักเตะต้องกังวลกับเรื่องวัคซีน จนกระทบสมาธิในการแข่งขัน

นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษยังกำหนดให้แฟนบอลทุกคนที่จะเข้าสนามแข่ง นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ต้องผ่านการฉีดวัคซีนมาก่อนเท่านั้น ซึ่งหลายทีมก็เลือกปฏิบัติตาม เช่น เชลซี, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์